ทำอย่างไรให้เลิกเป็นคนประเมินตนเองต่ำ - 5 ขั้นตอนสร้างความมั่นใจ

สรุปสั้น: การประเมินตนเองต่ำไปเป็นปัญหาใจที่ทำให้เสียโอกาส เสียเงิน และเสียความสุข บทความนี้จะสอนขั้นตอนเป็นรูปธรรมเพื่อให้คุณหยุดเล่นขาตัวเอง เห็นความสามารถจริงๆ และเริ่มทำสิ่งที่คิดว่าตนเองไม่ได้
เคยไหมครับที่เห็นเพื่อนบ้านของคุณทำงานที่คล้ายกับของตัวเอง แต่เขายอมให้เขาได้ค่าจ้างสูงกว่า ขอส่วนแบ่งมากกว่า หรือแม้แต่อยากเรียนสิ่งใหม่ แล้วตัวเองก็นั่งปศุมนาว่า "เราก็ไม่พอ อยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว"
นี่คือเรื่องของการประเมินตนเองต่ำ (underestimation) มันไม่ใช่ความนำนอนหรือเป็นสัภญ่า แต่เป็นความเชื่อจริงใจที่ว่า ตัวเองไม่ดีเท่าไร ไม่สมควร ไม่พอ
ปัญหาคือ ความเชื่อแบบนี้มันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเราโดยไม่รู้ตัว เราไม่สมัครสอบสิ่งที่ชื่นชอบ ไม่ขอเลื่อนตำแหน่ง ไม่สามารถต่อรองราคาเมื่อขายสินค้า ไม่กล้าพูดมติเมื่อเห็นว่าผิด เพราะลึกๆ ในใจ เราคิดว่า "หรือไง ตัวเราไม่สมควรเหลือแล้ว"
ดีนะ คำบอกหลายคนว่า "คิดบวก" หรือ "เชื่อตัวเองนะ" แต่บอกเพียงเท่านี้มันไม่จำ และมันยังทำให้รู้สึกว่าตัวเองบ้า เพราะเรารู้ดีว่าตัวเองมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ก็เลยหันหลังให้แนวคิดแบบนั้น
วิธีที่ใช้ได้จริงนั้น ต้องเป็นรูปธรรมมากขึ้น ต้องขึ้นพื้นฐานจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่แต่คิดเหยื่อเหลวหรือกล่อมหัวใจ บทความนี้จะสอนอย่างนั้นพอดี
ขั้นที่ 1: เขียนรายการความสำเร็จของคุณออกมา (ไม่ว่าเล็กแค่ไหน)
เริ่มจากการจดบันทึก ใหญ่โต แค่กระดาษธรรมดากับปากกา
คิดย้อนกลับมา แล้วเขียนสิ่งที่คุณทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเล็ก เล็กไหม? ไม่สำคัญ
ตัวอย่างเช่น:
- เรียนจบหลักสูตรนั้นแม้จะยากมาก
- พูดหน้าชั้นเรียน ได้ถูกชมจากครู
- ช่วยเพื่อนแก้ปัญหาให้เขาได้เอกสารประกอบการเรียน
- ดำเนินโครงการที่สุดท้ายลูกค้าพอใจ
- ทำตัวเองไปตามความสามารถในสิ่งหนึ่ง เช่น ถ่ายรูป ทำอาหาร เขียนหรือสอบวิชา
- หยุดกิจกรรมที่ไม่ดีสำหรับตัวเองได้
- ยืนหยัดความเห็นไปแม้จะกลัว
เขียนไว้ลำนึก 20-30 อย่าง ไม่หยุดแค่เพราะสิ่งนั้นเล็ก
ทำไมต้องเขียน? เพราะสมองของคุณอยู่ในสภาวะที่เลือกแต่ความล้มเหลว มันจะจำความผิดพลาดแต่ลืมความสำเร็จ ระบบความคิดแบบ "ชีวนิยม" (negativity bias) นี่แหละที่ทำให้เราสงสัยตัวเอง เมื่อเขียนลงกระดาษ คุณบังคับให้สมองรับรู้ว่า "อ้อ มีของดีเยอะนะ ของตัวเรา"
ขั้นที่ 2: หาเหตุผลสำคัญ - อะไรคือที่มาของการประเมินตนเองต่ำ
นี่เป็นขั้นที่หลายคนข้ามไป แต่มันสำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่รู้ว่าเพราะอะไร ปัญหามันจะกลับมาหา
คิดถึงเหตุการณ์เก่าๆ ในชีวิตคุณ
- มีใครบอกคุณว่า "คุณไม่ได้" หรือ "คุณดูจะไม่พอ" บ่อยๆ เมื่อคุณยังเด็ก หรือหลังจากล้มเหลว
- คุณเคยถูกเปรียบเทียบกับพี่น้อง หรือเพื่อนที่ดูเป็นเด่นกว่า
- คุณผิดหนึ่งครั้งและคนรอบข้างมันบอกเรื่องนั้นมาหลายๆ ทีจนลึกขึ้นในใจ
- ครอบครัวมีเงื่อนไข "ให้รัก" มากกว่า "รักแบบไม่มีเงื่อนไข" - คุณต้องทำสิ่งนี้สิ่งนั้นถึงจะสมควร
- ผ่านอุบัติเหตุเศร้าๆ แล้วมันทำให้คุณระวัง กลัว ย้อนกลับมาคิดว่าตัวเองเป็นเหตุ
เรื่องเหล่านี้มันยังคงทำงานในสมองของคุณต่อเนื่องทุกวัน แม้คุณจะลืมไปแล้ว คล้ายโปรแกรมพื้นหลังที่ใช้พลังแบตเตอรี่อยู่ตลอด
จดเหตุการณ์นั้นลงมา คุณจำได้ว่าเมื่อไหร่ และใครเป็นคน "ปลูก" ความเห็นแบบนี้ลงในตัวคุณ บ่อยที่สุด มันจะเป็นบิดา มารดา หรือคนที่คุณชื่นชอบตอนเล็ก
หลังจากรู้แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ "ให้อภัยตัวเอง" - ไม่ใช่อภัยให้คนอื่น แต่อภัยให้ตัวเอง ที่เลือกเชื่อเรื่องนั้น ลึกลงไปในหลุม เพราะตอนนั้นคุณยังเด็ก ยังไม่พอมีความรู้และข้อมูล ทำได้ดีแล้วที่รอดมาจนถึงวันนี้
ขั้นที่ 3: ปฏิบัติการ "ทดสอบ" - ทำสิ่งที่คุณเชื่อว่าไม่ได้
นี่คือส่วนที่จะต้องมีสมาธิจริงจัง
ตอนนี้ ความเชื่อสำหรับคุณเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ความจริงแน่นอน เพราะฉะนั้น คุณต้องทำการทดสอบ
ยกตัวอย่าง: ถ้าคุณเชื่อว่า "ตัวเองไม่ดีในการเขียน" ให้ลองเขียนบทความ เขียนเรื่องสั้น เขียนจดหมายถึงใครสักคน ส่งไปให้เพื่อนอ่านและขออย่างเป็นกลาง "นี่ดีหรือเปล่า?" อย่าใจอ่อนไปให้บอกว่า "ดีค่อนข้างมากให้ ฉันเขียนไม่ดีพอเหลือ"
ถ้าคุณเชื่อว่า "ตัวเองไม่สามารถตั้งความพยายาม" ลองทำการบ้านสิ่งหนึ่งที่ยากกว่าปกติ ดูจะสำเร็จหรือเปล่า
ถ้าคุณเชื่อว่า "ตัวเองไม่เข้าใจเรื่องการเงิน" ลองเรียนรู้พื้นฐานการออมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Investopedia ดูจะเข้าใจหรือเปล่า
สิ่งสำคัญ: คุณต้องจดบันทึกผลลัพธ์ให้เห็นชัด
- เขียนแต่งหนึ่งเสร็จ → เพื่อนบอก "ดีตรงนี้ ปรับนี่"
- ทำการบ้านสำเร็จ → ตรวจสอบด้วยตัวเอง พอจริง
- อ่านบทความเรื่องประกันสำเร็จ → รู้ความแตกต่างระหว่างประกันภัยคนขับกับประกันวินาศนะ
ค่อยๆ คุณจะเห็นว่า "อ้อ ตัวเรานี่... ทำได้นี่หว่า"